แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนวคิดดีๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนวคิดดีๆ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

Apple ในอุ้งมือของผู้นำใหม่อย่าง Tim Cook

Apple ในอุ้งมือของผู้นำใหม่อย่าง Tim Cook
ช่วงเดือนสองเดือนนี้...
มีข่าวดังๆเกี่ยวกับ Apple ในยุดเปลี่ยนถ่าย
ยุคที่มีผู้นำคนใหม่ที่ชื่อ Tim Cook

เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในประเทศจีน
แหล่งผลิต iPad – iPod – iPhone  ปลอมมากที่สุดในโลก

ข่าวดีในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ที่เมืองหนึ่งในจีน...
ที่ทำงานของ Apple ต้องปิดกระทันหัน...
เหตุเพราะมีการโกลาหลของคนที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple
แต่พบว่า...
ของหมด...ไม่มีเหลือให้ขายแล้ว
...เป็นข่าวดี

แล้วพบว่ามีอีกหนึ่งข่าว...
ในจีนเช่นกัน...ในไม่กี่วันต่อมา
Apple ถูกกลุ่มคนทำงานประท้วงเรื่อง “การทำงานที่ไม่เป็นธรรม”
ไม่มีจริยธรรมและคุณธรรมในการบริหารงานกับคนงาน
พบคนงานจีนที่นั่น... “ฆ่าตัวตาย” ติดต่อกัน
... “เป็นแพ”
ข่าวสารแพร่ไปอย่างรวดเร็ว...ตามหลักการของ Viral Marketing ว่า...
Apple ใช้แรงงานอย่าง “คนใจร้าย”
ทำงาน 24 ชั่วโมง...
ใช้แรงงานเด็ก...
มีสภาพการทำงานที่แย่

เรื่องเหล่านี้...
สะท้อนให้เห็นว่า...
การที่องค์กรทำเรื่อง CSR จึงจำเป็นอย่างยิ่ง

ต้องดูกันว่า...
Tim จะแก้ไขภาพของ Apple ในวันที่ไม่มี Steve Jobs อย่างไร (?)
เขาจะแก้ไขภาพ Apple ได้อย่างดี...
หรือ Tim จะโดน “ทิ่ม” จนตกเก้าอี้ CEO
ต้องคอยติดตามตอนต่อไปครับ

...
อ๋อ ครับผม

Generation Y – Why…Why…Why ?

Generation Y – Why…Why…Why ?

ยุคนี้และอนาคต...
คนรุ่นที่จะมีบทบาทในโลก
เห็นจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า Generation Y
ซึ่งเกิดในช่วง 1977-1989




จุดเด่นมีหลายข้อ เช่น
มีความทะเยอทะยาน
มั่นใจตนเองสูง
ทำอะไรรวดเร็ว (รวมถึงการตัดสินใจ)
มีความต้องการมากกว่ารุ่นก่อนๆ
มีคำถามตลอดเวลา...
ทำไม...ทำไม...แล้วก็ ทำไม?

เราจึงพบเห็นคนรุ่นนี้...
ทำงานเร็ว เชื่อมั่นสูง
ตัดสินใจไว และ...
เปลี่ยนงานบ่อย

บางครั้ง...
บุคลิกบางอย่าง มองดูเป็นจุดแข็ง...
แต่หากมองอีกที...
บุคลิกนั้นอาจจะเป็นจุดด้อยไปก็ได้
แล้วแต่ “สถานการณ์”
It depends!

…
อ๋อ ครับผม

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด - โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

......
......

คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า

ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร
หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง
แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆ กับคนอื่นนั้นหันกลับมามองตัวเองดีกว่า
ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง

คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้

เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่นก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
......
ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า

คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อมหรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม

อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
ความโกรธ ความเกลียดนั้นไม่มีคุณค่าอะไรต่อชีวิตอันแสนน้อยนิดนี้เลย
มุ่งไปข้างหน้า ไปหาสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิตดีงามดีกว่า
......
ปราชญ์จีนบอกว่า ''ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา
แต่จงย้ายตัวเอง ''

.....

โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

“เครียด”...แก้ยาก...แต่ “แก้ได้” - ขับรถสิ!


หลายคน...
“เครียด”...
แต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร...

ลองใช้วิธีนี้...
“ขับรถ” ไปที่ไหนสักที่...
ไปนอกเมืองที่มีสองข้างทางโล่งๆ...ก็ดี

ธรรมดา...เวลาเราขับรถ
เราต้องใช้ “สมาธิ” ในการขับสูง
วิธีนี้...ใช้การดึงความคิด...ให้ออกมาจากสภาวะเครียด
มาจดจ้องอยู่ที่การขับรถ
“แบบไม่รู้ตัว”

“เครียด”...แก้ยาก...แต่ “แก้ได้”

...
อ๋อ ครับผม

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

วิธีคิด "ดีดี" ของ "ตั๊ก ลีลา"..."ต้องมีฟ้าหลังฝนโว้ย!"


โดยส่วนตัวชอบ "ตั๊ก ลีลา" ครับ
เพราะร้องเพลง "เพราะมาก"...

แม้บางมุมอาจจะชอบที่ตั๊กมีมุม "ขำๆ" อยู่ด้วย
แต่ที่ผมชอบมากๆอีกมุมหนึ่ง คือ...
"วิธีคิด" ของตั๊ก
โดยเฉพาะตอนที่ตั๊กฝ่าฟันวิกฤติชีวิตช่วงอดีต

...
"ไม่หวังพึ่งใคร ต้องให้กำลังใจตนเอง ก็เลยสู้ได้"
"ชีวิตคน เมื่อตกลงมา มันก็ต้องเจอก้น(เหว)...พอเจอปุ๊บ เราต้องถีบตัวเองขึ้นมาใหม่"
"ช่วงชีวิตที่กำลังเจอพายุ เราต้องรู้ว่าจะทำยังไง จะพยุงตัวยังไง"
"วิธีพยุงตัว คือ ให้กำลังใจตนเอง ต้องทำตัวดีๆไว้ อย่าท้อ อย่าท้อ เพราะถ้าท้อ..ตายแน่นอน"
"ชีวิตต้องทำการบ้าน(เพื่อทำงาน)เยอะ ต้องเรียนรู้จากคนอื่นๆ จดไว้ ดัดแปลงเข้ากับตัวเรา"
"ใจต้องทุ่มเท ทำจริง มุ่งมั่น"

"ต้องแข็งแรงที่จิตใจของตนเอง ให้กำลังใจตนเองตลอด...ต้องมีฟ้าหลังฝนโว้ย! "

...
อ๋อ ครับผม

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เมื่ออยู่ด้วยความรู้สึกและอารมณ์...ชีวิตก็จะแกว่งไปแกว่งมา..เป็นธรรมดา.


การใช้ชีวิต..
มีหลายลักษณะ...
แล้วแต่ว่า...เราจะเลือก "ใช้ชีวิต" แบบไหน

บางคน...
ใช้ชีวิตแบบมีเหตุผล
อาจจะดีในบางเรื่อง...บางคราว
แต่หากมากเกินไป...
คนอยู่ใกล้ๆ..ก็เครียด

หลายคน..
ใช้ชีวิตแบบเอาอารมณ์ความรู้สึก..เข้าว่า
บางครา...ก็สนุกดี
บางครั้ง...ก็เศร้าสุดๆ...ได้เหมือนกัน

การใช้ชีวิต...จึงไม่ง่าย
จะยากหรือง่าย...
องค์ประกอบหลักก็คงเป็น..."ความคิดของเราเอง"
ที่จะส่งผลต่อการเลือก...
เลือกว่าจะใช้ชีวิต "แบบไหน"

มันคงเลือกยากว่า...
จะใช้เหตุผล หรือ ความรู้สึก.."อันไหนดีกว่ากัน"
ประเด็นน่าจะอยู่ที่ว่า...
ณ ตอนนี้...เวลานี้...ใช้อันไหน "เหมาะสมที่สุด"

...
อ๋อ ครับผม

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เปรียบเทียบ...เพื่อให้สุขมากขึ้น หรือ ทุกข์มากกว่า (?)


ชีวิตของเรา...
แค่เดินให้มัน "ราบเรียบ" ...
ก็ยากพอดู

หลายครั้ง...
เห็น "หลายคน"...ชอบ "เปรียบเทียบ"
จนบางครั้ง..
ก็หลงลืมไปว่า "เราก็มีดี" เหมือนกัน...แต่แตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ

เวลาเปรียบเทียบ...
เอา "สิ่งดี" ของเรา ไปเปรียบกับ "สิ่งแย่" ของคนอื่น...ก็เย่อหยิ่งทนงตน
เอา "สิ่งแย่" ของเรา ไปเปรียบกับ "สิ่งดี" ของคนอื่น... ก็เศร้าเสียใจ

หากไม่เปรียบเทียบ...
ก็ไม่มีอะไรต้องคิดมาก...เกินจำเป็น

คนส่วนหนึ่ง...
ชอบมองว่า "ตนแย่"
กลับไม่มองหา "สิ่งดี" ที่บางที...มีอยู่มากมายในตนเอง

จึงไม่รู้ว่า..
จะเปรียบเทียบให้มี "สุขมากขึ้น"...
หรือ "มีทุกข์มากกว่า"..กันแน่

...

อ๋อ ครับผม

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

หลายๆครั้งในการดำเนินชีวิต...เราต้องสังเกต "สัญญาณเตือน" ไว้บ้าง...


การดำเนินชีวิตของเราแต่ละวัน
มีหลายๆเรื่องผ่านเข้ามา

หากเปรียบไปแล้ว...
ก็คงเหมือนเราขับรถไปตามเส้นทางต่างๆ
เป็น "เส้นทางชีวิต"
ที่บางครั้งเรากำหนดมันไม่ได้ว่า...
จะไปในเส้นทางที่ปลอดภัยเพียงอย่างเดียว

หากเราไม่ระมัดระวัง
บางครั้ง...เราอาจประสบอุบัติเหตุได้บ้าง
เรื่องเล็กน้อยบ้าง..เรื่องใหญ่บ้างกับบางคน

การสังเกตุ "สัญญาณเตือน" ในระหว่างทาง
น่าจะช่วยให้การเดินทางชีวิต "ปลอดภัยมากขึ้น"
หรืออย่างน้อยที่สุด...
เรื่อง "ใหญ่ก็กลายเป็นเล็ก"

...

ดังนั้น...
หลายๆครั้งในการดำเนินชีวิต...
อย่าลืม!...
สังเกต "สัญญาณเตือน" ไว้บ้างนะครับ...

...
อ๋อ ขอรับ

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

sugar sugar sugar !!!


sugar sugar sugar !!!

...

ช่วงนี้...
ฝรั่งเค้าเริ่มใช้คำที่เน้น ด้วยการเขียนหรือพูดเป็น 3 คำ...
เป็นเทคนิคของเขาครับ

sales sales sales

win win win

อะไรประมาณนี้...

เช้านี้ที่อเมริกาก็เจอแบบนี้อีกเหมือนกัน...

เล่นกันถึงบนโต๊ะอาหารเลยทีเดียวครับ

sugar sugar sugar !!!

ไม่ "หวาน" ให้มันรู้ไป !

...


อ๋อ ขอรับ

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

"ส้มตำ" จานอร่อยที่สุดในโลก ที่อเมริกา


"ส้มตำ" จานอร่อยที่สุดในโลก ที่อเมริกา
...

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นหรือครับ

มีอยู่สองเหตุผลหลัก ได้แก่

๑. ความต้องการ สูงขึ้น 10-20 เท่า
มาที่ต่างประเทศ...
ธรรมดา คนไทยก็คิดถึงอาหารไทย
ความต้องการมันจึงสูงขึ้นอย่างมากมาย ชัดเจน
ยิ่งมีคนมากระตุ้น บอกว่ามีร้านอาหารไทย...ยิ่งแล้วใหญ่เลย...อยากมากๆครับ

๒. ส้มตำร้านนี้(ที่มินเนโซต้า อเมริกา) เกินความคาดหวัง มากถึง 10-15 เท่า
อร่อยรสชาติเหมือนที่เมืองไทย
เดิมเคยกินอาหารไทยที่อเมริกา...รสชาติและองค์ประกอบ ไม่ค่อยพอใจเท่าใด
อันนี้ คิดในมุมคนไทยนะครับ
มาเจอร้านนี้...ที่รสชาติแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับที่เมืองไทยเลย
ก็เลยต้องให้คะแนน...เกินร้อยครับผม

...

วันหลังใครมาแถวนี้..อย่าลืมแวะนะครับ
ท่านจะมีความทรงจำใหม่ ที่ดีและสวยงาม จากร้านอาหารไทยในต่างแดน
"มีอย่างนี้ แบบนี้ด้วยหรือเนี่ย!"

อ๋อ ขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

พลังที่ส่งออกไป ยิ่งร้อนแรงมากเท่าใด พลังนั้นจะกลับมาเล่นงานตนเองได้

พลังที่ส่งออกไป ยิ่งร้อนแรงมากเท่าใด หากร่างกายไม่พร้อม พลังนั้นจะกลับมาเล่นงานตนเองได้





วันนี้...
ใช้พลังที่มีทั้งหมด...เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ว่าได้
ไปกับการเป็น the trainer..ที่เกี่ยวกับการ "สร้างพลัง"

การจะทำให้คนอื่นๆ..รับพลังจากเรา หรือ เติมพลังจากเรานั้น
เราต้องรวบรวมพลัง แล้วขับพลังส่งออกไปยังคนๆนั้นอย่างเต็มที่
ถึงจะสำเร็จผล

วันนี้...ก็เห็นผลในระดับดีทีเดียว

เพียงแต่...
เข้าใจสิ่งหนึ่งของชีวิตขึ้นมาหลังการทำงานนี้คือ...
"หากร่างกายมันไม่พร้อม ไม่แข็งแรงพอ...
พลังที่ส่งออกไป...มันจะแผ่รังสีความร้อนแรง..กลับมาเล่นงานเราได้เหมือนกัน"

ต้องยอมรับว่า...ขาดการเตรียมร่างกายไปจริงๆ
เตรียมเฉพาะพลังใจ พลังความตั้งใจ พลังงาน และพลังความคิด
เพียงส่วนเดียว...

เข้าใจแล้ว...ก็เริ่มกันใหม่
อีกครั้ง!
.....

อ๋อ ครับผม


วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คำพูดสุดยอดจาก "วินัย พันธุรักษ์"



"...เวลามืด...

ให้นิ่งอยู่สักพัก...


เดี๋ยวมันจะมีแสงที่มาจากทางใดทางหนึ่งขึ้นมาให้เห็น


อย่าวิ่งในความมืด...

เพราะหากวิ่ง ก็จะชนแน่นอน...


ให้นิ่ง...

ตั้งสติดีๆก่อน...

เมื่อเห็นแสงสว่าง เห็นทาง ค่อยไปต่อ..."


วินัย พันธุรักษ์

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ธรรมะประจำวันจาก ๔ สงฆ์ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของไทย

ธรรมะประจำวันจาก ๔ สงฆ์ผู้นำการเปลี่ยนแปลงของไทย


เช้าวันนี้ อากาศดี...
ยังคุยกันในเน็ตอยู่เลยว่า
"วันอังคาร" คือวันที่คนทำงาน Active ที่สุด

ตกบ่ายๆ...อ้าว! ฝนตกอีกและ...
ตกไปจนถึงช่วงกลางคืนเลย

เดาได้เลยใช่ไหมครับว่า "อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อฝนตกในกรุงเพฯและปริมณฑล?"
ถูกต้องนะครับ... "รถติด"!...



สำหรับผมแล้ว วันนี้อิ่มใจ อิ่มบุญครับ
ได้ฟังธรรมะจากพระอาจารย์ถึง ๔ รูป
จัดว่าเป็นระดับแนวหน้า...
หรือผู้นำการเปลี่ยงแปลงของสังคมไทยเลยทีเดียว

๑. พระอาจารย์พุทธทาส
     ท่านพุทธทาสได้เทศน์ถึงเรื่อง "การทำหน้าที่"
      "ทุกอย่าง" ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องทำตามหน้าที่
      ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ "พระพุทธเจ้า" ก่อนพระองค์จะปรินิพพาน พระองค์ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ถึงวินาทีสุดท้าย ถึงกับได้พระอรหันต์หนึ่งองค์เลยทีเดียว
     (การแสดงธรรมบทนี้ ท่านพุทธทาส แสดงอย่างถึงพริกถึงขิงจริงๆครับ น่าฟังมากๆ...)

๒. พระอาจารย์ธรรมปิฎก
    พระอาจารย์ได้แสดงถึงเรื่อง "การดิ้นรนต่อสู้" ไม่ยอมแพ้
     โดยยกกรณีศึกษาจาก "อเมริกัน" ที่หนีมาจากยุโรป มีทางเดียวที่จะรอดคือ ขึ้นบกที่ทวีปใหม่แห่งนี้ ไม่รู้ชะตากรรม แต่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตให้รอด จนสืบสานเป็นลักษณะนิสัยของชนชาวอเมริกันมาถึงทุกวันนี้
    คำสามคำที่จำติดหัวมาจากการแสดงธรรมของพระอาจารย์วันนี้ คือ...
     Freedom = อิสรภาพที่พวกเขาแสวงหา
     Opportunity = โอกาสหรือความหวังของชีวิตพวกเขาที่มีเสมอ
     Frontier = เขตแดนใหม่ที่จะทำให้ชีวิตพวกเขา "ดีกว่า" เดิมๆ

    ซึ่งจะแตกต่างจากคนไทย ที่ "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ไม่ต้องดิ้นรนอะไร
    ดังนั้น คนไทยเราเองต้องมีกุศโลบายในการปฏิบัติตนไม่ให้เฉื่อย

๓. ท่านเจ้าคุณปัญญานันทภิกขุ
     พระอาจารย์ปัญญาฯท่านแสดงถึงว่า คนเราต้องมีจุดยืน ต้องมีความเด็ดเดี่ยว
     อะไรทำแล้วจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาหรือมันไปต้านกับกฎเกณฑ์ของสังคมหรือกฎหมาย
     ก็ต้องยืดมั่นความถูกต้องเอาไว้ ไม่สั่นคลอน ไปตามการยั่วยุ หรือ การตื้อ

๔. พระอาจารย์สนอง(วัดสังฆทาน)
     พระอาจารย์ได้แสดงธรรมถึงเรื่อง "ผลแห่งกรรม" แม้ดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่กระทำลงไป
     แต่หากไม่ระมัดระวัง ก็อาจส่งผลขัดขวางทางชีวิตของเราได้ในอนาคตอย่างมากเลยทีเดียว
     ท่านยกตัวอย่างของพระรูปหนึ่ง...
        ในอดีตเคยนึกหัวเราะเยาะคนที่เขาความรู้น้อยกว่า...
        ผลแค่ตรงนั้นเพียงนิดเดียว ส่งผลให้ชาติถัดมา.. "โง่ไปถึง 3 เดือน"...
        ทั้งทั้งที่ตนเองเป็นผู้ที่แตกฉานในพระธรรมตำราอย่างมาก
        จนมาพบพระพุทธเจ้า จึงได้รู้ความจริงแล้วได้รับการแก้ไขจนกลับมาแตกฉานให้คนประจักษ์ได้อีกครั้งหนึ่ง




วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Optimistic ช่วยได้เน้อ ! ...

ช่วงสัปดาห์นี้ ไม่รู้เป็นไร...

รู้สึกเพลีย...

รู้สึกง่วง... ง่วงมากๆ...

จนต้อง "จอดรถนอนกลางวัน" ตามปั๊มน้ำมันหรือโรงแรม "หลายวัน"...

ลองทบทวนดูว่า...ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่า?

ปรากฏว่า...

ค้นหา "สาเหตุ" ไม่พบ...

งง!...

งงงง!...

แต่สิ่งที่ดีอยูอย่างหนึ่ง...สำคัญมากคือ...

ไม่ได้รู้สีกว่า เครียดอะไร...
หรือ ไม่ได้รู้สึกทุกข์อะไร...

เพียงแต่สงสัยนิดหน่อย...แค่นั้น...

แค่นั้นจริงๆครับ...

ก็เลยมานั่งคิดว่า...ทำไมรู้สึกอย่างนั้น?

คิดว่า น่าจะมาจาก คำนี้ล่ะครับ "Optimistic" แปลเป็นไทยก็น่าจะประมาณ "คิดแง่บวก"..




หากจะให้ลึกมากกว่านั้น...

ผมคิดว่า... จิตมันแค่รู้...รับรู้ว่าจิตมันเป็นอย่างไร...

ก็แค่ "ดูมันไปเฉยๆ" เหมือนที่พระอาจารย์บอก...

ก็เพราะลองทำหรือฝึกมาช่วงหนึ่ง...ทำให้มองโลกแง่บวกมากขึ้น...

มองว่า... "มันก็เป็นอย่างนั้น"....

"ปล่อยวางได้มากขึ้น"...เอาอะไรกับโลกมัน กันนักกันหนา...

ก็แค่นั้น...

แค่นั้นจริงๆครับ...

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คำ "เชิงลึก" นี่น่าสนใจดี

คำ "เชิงลึก" นี่น่าสนใจดี

ปรกติทั่วไป เรามักจะไม่ค่อยได้พูดกันว่า ทำอะไร "เชิงลึก"
คำนี้จึงเป็นการใช้ในลักษณะการเขียนเสียมากกว่า...

ผมเองก็ใช้คำนี้อยู่บ้าง
เนื่องจากทำงานด้านกลยุทธ์
จึงต้องมองหลายมุม
ทั้งตื้น ลึก หนา บาง
ดังนั้น "เชิงลึก" จึงใช้ในการทำงานด้านี้

พอดีไปอ่านเจอคำนี้ในหนังสือพิมพ์
ก็เลยแปลกใจนิดหน่อยว่า เออ มีการใช้ด้วยแฮะ
และโดยเฉพาะดูรูปแล้วเกี่ยวกับพระและศาสนาด้วย ก็เลยค่อนข้างแปลกใจมากขึ้น



แต่พอดูในรายละเอียดแล้ว
ก็โอเคนะครับ
เพราะเป็นการนำพระซึ่งอาจจะถือได้ว่า เป็นบุคลากรสำคัญทางศาสนาในการเผยแพร่หรือรักษา
การไป "ปฏิบัติธรรมเชิงลึก" ที่อินเดียนี้
ก็น่าจะได้รายละเอียดอะไรมากขึ้น
หรือหากมองในแง่การทำงานแล้ว
พระท่านอาจจะได้มุมมองในเชิงกลยุทธ์เชิงลึกก็ได้

จึงดูแล้วน่าสนใจครับผม

อนุโมทนาครับ...

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Breakfast อาหารเช้า เสมอ!

อาหารเช้า เสมอ!

ทุกวัน...
ผมต้องได้ 2 อิ่ม ทุกเช้า... เพื่อเติมให้ "เต็มถัง"



ถังแรก คือ กระเพาะอาหาร และ ลำไส้
ถังที่สอง คือ สมอง

ส่งผลต่อ ถังที่สามอีกทีครับ...คือ ถังพลังจิตใจ

รวมแล้วก็ประกอบไปด้วย...
Energy ร่างกาย
Knowledge สมอง
Motivation พลังใจ

ครบสามอย่างก็มั่นใจได้ว่า...
วันนี้ กลับบ้านต้องมีอะไรติดไม้ติดมือ(ผลงาน)กลับมาอย่างแน่นอนครับ
.
.
.

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ต้นทุนชีวิตต่อมื้อ

คุณเคยคิด "ต้นทุนชีวิตต่อมื้อ" ไหมครับ...

ผมชอบคิดเล่นๆ...บ่อยๆ...
ป้องกันอัลไซเมอร์ได้ด้วยนะครับ

โดยทั่วไป...
หากเรากิน มื้อละ 30 บาท รวม 3 มื้อ/วัน  จะเป็น 90 บาท/วัน
รวมเป็นต้นทุนชีวิต  2,700 บาท/เดือน

กรณีที่ 1.1 กินมื้อละ 40 บาท รวม 3 มื้อ/วัน จะเป็น 120 บาท/วัน
รวมเป็นต้นทุนชีวิต 3,600 บาท/เดือน

กรณีที่ 1.2 กินมื้อละ 100 บาท รวม 3 มื้อ จะเป็น 300 บาท/วัน
 รวมเป็นต้นทุนชีวิต 9,000 บาท/เดือน

กรณีที่ 1.3 กินมื้อละ 100 บาท รวม 2 มื้อ จะเป็น 200 บาท/วัน
รวมเป็นต้นทุนชีวิต 6,000 บาท/เดือน

กรณีที่ 1.4 กินมื้อละ 60 บาท รวม 2 มื้อ จะเป็น 120 บาท/วัน 
รวมเป็นต้นทุนชีวิต 3,600 บาท/เดือน


http://www.bangkokbiznews.com/fundamental/20070103/images/inner_pic.jpg

ในทำนองกลับกัน...
หากคิดแบบเศรษฐศาสตร์ ประมาณว่า คิดต้นทุนชีวิตที่ "จุดคุ้มทุน"
คือ หาได้เท่าไร ใช้ให้หมดเท่านั้น... (โอ้ จำเริญ จำเริญ เถิดพ่อคุณ!)
กรณีที่ 2.1 ได้รายได้ 300 บาท/วัน กิน 3 มื้อ จ่ายมื้อละ 100 บาท/มื้อ เป็นเงิน 300 บาท หมดพอดี("จุดคุ้นทุน" จริงๆต้องเรียก "จุดหมดทุน" จะดูตรงมากกว่านะครับ!)

กรณีที่ 2.2 ได้รายได้ 300 บาท/วัน กินเพียง 2 มื้อ จ่ายมื้อละ 150 บาท/มื้อ เป็นเงิน 300 บาท หมดตูดพอดี (ดูเหมือนจะเป็นคนดีนะนี่ กินแค่สองมื้อ แต่ไหงเงินหมดตูดซะได้ล่ะท่าน)

กรณีที่ 2.3 ได้รายได้ 300 บาท/วัน กิน(แบบพระฉัน) 1 มื้อ มื้อละ 300 บาท หมดตูดอีกเช่นกัน (แหม นึกว่าจะแน่ เห็นกินมื้อเดียว แต่พี่ซัดซะเต็มคอกเลยนะนี่)

ลองมาดูว่า...กินแบบมีทุนเหลือ ทำไง?
กรณีที่ 3.1 ได้รายได้ 300 บาท/วัน กิน 3 มื้อปรกติ แต่มื้อละ 50 บาท รวมจ่าย 150 บาท/วัน ยังเหลือเก็บ  150 บาท/วัน (รวยแน่!)

กรณีที่ 3.2 ได้รายได้ 300 บาท/วัน กินเพียง 1 มื้อ มื้อละ 100 บาท รวมจ่ายต้นทุนเพียง 100 บาท/วัน มีเงินเหลือเก็บ 200 บาท/วัน...อย่างนี้เรียกว่า รวยเละเทะแน่นอนครับท่าน...

เห็นรัฐบาลใหม่ชูเรื่องปรับค่าแรงขั้นต่ำ ให้เป็น 300 บาท/วัน
ดีใจกับคนที่ได้ปรับนะครับ...

แต่ผมยังอดห่วงไม่ได้ว่า...
หากคนไทยยังใช้เงินแบบ บริหาร "จุดคุ้มทุน" หรือ "จุดหมดทุน" แล้วไซร้...(หรือยังใช้เงินเกินตัว)
การปรับเงินเพิ่มอย่างไร...ขนาดไหน...
คงไม่ได้ช่วยอะไรนัก...
โดยเฉพาะในระยะยาว.

 

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"ความขลัง" ที่ยังคงอยู่...

"ความขลัง" ที่ยังคงอยู่...

เดินไปเดินมา...
หาน้ำกินแก้กระหาย...
ปรกติไม่ได้แวะดูอะไรมาก...
ครั้งนี้ไปหยุดที่โต๊ะหินอ่อนตัวหนึ่ง...
ดูแล้วก็คิดไปหลายอย่าง...

ผมเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคณะบริหารธุรกิจ...
ผ่านทางโต๊ะตัวนี้...




มีนักศึกษารามคำแหงหลายกลุ่ม...เปลี่ยนหน้ากันไป...รุ่นแล้วรุ่นเล่า...
ล้อมวงสนทนากันที่โต๊ะตัวนี้...
บ้างก็อ่านหนังสือไปพลาง... ท่องบ่นไปพลาง...
บ้างก็หัวเราะและหยอกล้อกันประสาเพื่อนร่วมชั้น...แม้อายุจะต่างกันมาก...
แต่ "ความเป็นเพื่อน" มันก้าวพ้นคำว่าอายุไปครับ...

บ้างก็ถกเถียงกันถึงประเด็นทางเศรษฐกิจสังคม.. ที่เกี่ยวโยงอย่างแยกไม่ออกจากการทำธุรกิจ
บ้างก็ตระโกนคุยกับเพื่อนต่างคณะที่เดินผ่านไปมา...ประสาคนรามฯด้วยกัน...

เป็นภาพบรรยากาศที่ดีและสวยงามของนักศึกษารามฯอย่างมากครับผม...

ปล. ต้องขอบอกว่าเป็นภาพจินตนาการในห้วงคำนึงของผมนะครับ ไม่ได้มีนิมิตหรือฌาณหยั่งรู้แต่อย่างใด (เดี๋ยวมีคนมาให้ดูอดีตอนาคต 555+)

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"รามยามค่ำ" ช่างสวยงามจริง เพื่อนเอย...

ที่รามคำแหง หัวหมาก...
มีสระน้ำพุใหญ่ๆอยู่ตรงกลางมหาวิทยาลัย...
ตรงกลางจะมีสถาปัตยกรรมอย่างหนึ่ง...
ที่โดดเด่นและสวยงามมาก

ช่วงเย็นๆ...
จะเห็นนักศึกษารามฯ นั่งพักผ่อนสบายๆ อยู่รอบๆสระน้ำแห่งนี้

เดินเข้าไปใกล้ๆขอบสระ...
หากคุณโชคดี คุณจะพบกับเต่าจำนวนหนึ่ง
ลอยคอทักทายคุณอยู่ตลอดเส้นทางเดิน...

ช่วงกลางคืน...
ไฟที่ส่องส่ายมาที่สถาปัตยกรรมกลางสระ...
เน้นให้เห็นความสง่างามอย่างมาก...
จนอดไม่ได้ที่จะหยุดยืน... ชื่มชม...ความสวยงาม



ประเทศไทยของเรา
จริงๆแล้ว มีสถานที่สวยงามอยู่หลายแห่ง...
อยู่ที่เราได้ลองสังเกตหรือไม่
ชีวิตที่เร่งและรีบร้อน...ทำให้บางครั้ง เราอาจลืมหันหน้าไปมองสิ่งรอบตัว
สิ่งที่อาจทำให้เราได้ผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดบางอย่าง
ออกไปบ้าง...
เพื่อพรุ่งนี้ เราจะได้เดินทางต่อ.. พร้อมกับภาพสวยงามที่เราเก็บไว้ในความทรงจำจากวันนี้...

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

"มองต่างมุม" ก็เห็นต่างกัน

มีโอกาสไปเที่ยวสวนสัตว์ที่หนึ่ง...
ดูสัตว์หลายชนิด...
รวมๆแล้วก็โอเค... คือประมาณว่าได้พักผ่อน...

แต่พอมาดูรูปที่ถ่ายไว้แล้ว...
ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า...
เวลาเรา "มองต่างมุม"... เราก็จะเห็น "ต่างกัน"  ออกไป...
ดังเช่น รูปช้างที่แสดงอย่างคล่องแคล่วนี้



มองอย่างคนมาเที่ยวทั่วไป "ช้างเก่งจัง"
มองอย่างคนวิเคราะห์ "คนฝึกเก่งจัง"
มองอย่างสัตวแพทย์ "ทำไม่ช้างผอมจัง"
มองอย่างกรุณา "น่าสงสารจัง(ถูกจับมาขัง มาฝึก)"

มองอย่างท่านล่ะครับ...
เห็นอะไรในใจของท่านบ้าง ?
.
.
.